รู้จักกับ FAN Math

หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math “ฉายแววคิด เก่งคณิตด้วยเทคโนโลยี”

“เน้นพัฒนาอัจฉริยภาพในการแก้โจทย์คณิตฯ เสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ ตามแนวทางของ PISA”

หลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ระดับ อ.2 – อ.3, ป.1 – ป.6

Website: http://www.fanmath.com

email: fanmath@se-ed.com

<ดาวน์โหลดเอกสารแนะนำหลักสูตร>

Tel. 0-2325-9068-9, 08-9969-9607 (ศูนย์การเรียนรู้สำนักงานใหญ่ ชั้น 4 พาราไดซ์พาร์ค ถ. ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ โทรศัพท์สอบถามได้ในวันอังคาร – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ แต่ในช่วงปิดเทอมเปิดทุกวัน)

Tel. 0-2739-8888, 0-2739-8191 (ฝ่ายวิชาการ โทรได้วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 17.00 น.) หรือโทรศัพท์มือถือ 08-1832-2299, 08-6325-7000, 09-1889-9492 (โทรได้ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์)

  • เน้นเรียนคณิตศาสตร์อย่างเข้าใจ ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ไขโจทย์ปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาของของ PISA โดยเนื้อหาที่เรียนตรงกับหลักสูตรไทย แต่ใช้แนวทางการสอนแบบสิงคโปร์ (Model Approach และ Problem Solving Heuristics) ในการช่วยอธิบาย และฝึกให้นักเรียนตีความโจทย์
  • ใช้สื่อ Animation ประกอบการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนสนุกสนานกับการเรียนรู้ และมีประสิทธิภาพในการเรียนมากกว่าการเรียนแบบเดิมๆ
  • ครูผู้สอนจะทำหน้าที่เป็น “โค้ช” ที่คอยใช้จิตวิทยา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และความมุมานะให้กับนักเรียน
  • ระบบหนังสือเรียน ถูกออกแบบให้มีการร้อยเรียงจากง่ายไปหายาก ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าสามารถแก้โจทย์ได้ด้วยตนเอง จนเกิดความมั่นใจในการเรียนคณิตศาสตร์
  • มีระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Modular Approach) ที่ทำให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง เป็นรายบุคคล นักเรียนที่เรียนเก่งก็สามารถต่อยอดได้อย่างก้าวกระโดด นักเรียนที่ยังขาดความเข้าใจในเนื้อหาบางส่วน ก็สามารถใช้เวลาในการทำความเข้าใจได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องรู้สึกกดดันตัวเอง
  • มีระบบ Learning Management System (LMS) ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ติดตามพัฒนาการของบุตรหลาน ได้อย่างใกล้ชิด

หมายเหตุ:

แนวคิดในการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math นั้นมีความสอดคล้องกับแนวคิดของระบบ – - ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) - – ที่ Jonathan Bergmann และ Aaron Sams ครูวิชาเคมีของโรงเรียน Woodland Park High School ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นคิดขึ้น ซึ่งแนวคิดของ Flipped Classroom นั้นเป็นระบบการเรียนรู้ที่ครูจะใช้กุศโลบาย และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ในการจูงใจให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนานผ่านสื่อ Multimedia, e-Learning หรือ Animation ในเบื้องต้นก่อน โดยสื่อต่างๆ เหล่านั้น จะได้รับการออกแบบให้มีการลำดับเรื่องราวที่ดีเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน ตลอดจนมีการออกแบบสร้างสรรค์ให้อยู่ในรูปแบบที่ทำให้นักเรียนรู้สึกสนุกสนานกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองจนสามารถเข้าใจหลักการพื้นฐานในระดับหนึ่งแล้ว ก็จะทำให้การเรียนรู้กับครูในห้องเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจ และเชื่อมโยงเนื้อหาต่างๆ  ตลอดจนเรียนรู้ต่อยอดได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ได้ฝึกฝนทักษะสำคัญๆ จนเกิดชำนาญมากขึ้น

 <ดาวน์โหลด eBook: ครูเพื่อศิษย์สร้างห้องเรียนกลับทาง>

ความเป็นมาของหลักสูตร FAN Math

สำหรับปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ในประเทศไทย SE-ED Learning Center ได้ศึกษาวิจัย ตลอดจนพยายามค้นหา Best Practices ในการเรียนคณิตศาสตร์จากประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ จนพบว่าปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์ของเด็กไทย นั้นเกิดจากการที่เด็กไม่ชอบเรียนคณิตศาสตร์ ซึ่งมีที่มาจาการที่เด็กเรียนคณิตศาสตร์ไม่เข้าใจ  จนกลายเป็นเกลียดวิชาคณิตศาสตร์ไปในที่สุด เด็กบางคนแม้ว่าจะมีผลการเรียนคณิตศาสตร์ที่ดีอยู่ในตอนนี้ แต่ถ้าผลการเรียนที่ดีนั้นเกิดจาก “ทักษะการจำ”  ผ่านการทำโจทย์ซ้ำๆ ที่น่าเบื่อหน่าย โดยที่ตัวเอง ไม่ได้มีความเข้าใจเลย  ก็จะทำให้การเรียนวิชาคณิตศาสตร์กลายเป็นภาระที่น่าหนักหน่วง  ยิ่งเรียนในชั้นที่สูงขึ้น เด็กก็ต้องมีภาระในการจำที่มากขึ้น จนรู้สึกท้อ  สุดท้ายแล้วเด็กที่เคยมีผลการเรียนคณิตศาสตร์ที่ดีในระดับประถมต้น กลับมีผลการเรียนที่แย่ลงในช่วงประถมปลาย และก็กลายเป็นเกลียดคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาในที่สุด

เมื่อพิจารณาหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ ที่เด็กๆ ได้เรียนพิเศษ หรือกวดวิชา ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้แก้ปัญหา ดังกล่าวนี้เลย หลักสูตรเหล่านั้นได้ให้ความสนใจแต่ “การคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว” เพียงอย่างเดียว เน้นการฝึกทำโจทย์ประเภทฝึกทักษะบวก ลบ คูณ หาร โดยละเลยกับการฝึกให้เด็กแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์

จริงอยู่ การฝึกทักษะการคำนวณบวก ลบ คูณ หาร ที่ให้เด็กทำโจทย์ซ้ำไป ซ้ำมา จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เห็นผลลัพธ์ ที่เป็นภาพลวงตาในระยะสั้น เพราะการที่เด็กมีทักษะในการคำนวณที่รวดเร็วเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะสามารถเรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างเข้าใจ SE-ED Learning Center เชื่อว่า ถึงแม้เด็กจะสามารถคิดคำนวณได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเด็กไม่ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และทักษะการแก้ไขโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving) เมื่อเรียนคณิตศาสตร์ในชั้นสูงขึ้นไปซึ่งมีความซับซ้อนในการทำความเข้าใจมากขึ้น ต้องใช้ตรรกะในการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น เด็กจะเริ่มเรียนคณิตศาสตร์ไม่เข้าใจ เพราะคณิตศาสตร์ที่เด็ก ๆ ได้เรียนมาไม่ได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาตรรกะความคิดของเด็กอย่างที่ควรจะเป็น  และการที่เด็กเรียนวิชาคณิตศาสตร์อย่างไม่เข้าใจนี้ก็จะทำให้เด็กเกลียดคณิตศาสตร์ และมีผลการเรียนในวิชาคณิตศาสตร์ที่ไม่ดี ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กเรียนอ่อนในวิชาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์อีกหลาย ๆ วิชา ในเวลาต่อมา

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ต่างๆ ที่พยายามฝึกทักษะการแก้ไขโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กๆ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะหลักสูตรเหล่านั้น มีเพียงสื่อการเรียนรู้ที่เป็นหนังสือ และตำรา ไม่มีสื่อประกอบอื่นๆ ในการช่วยให้เด็กได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหาอย่างครบถ้วน ตลอดจนสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ จนแก้ไขโจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ด้วยตนเองได้ ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนคณิตศาสตร์กับหลักสูตรเหล่านี้ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงไม่อาจคาดหวังได้มากนัก

เมื่อทราบปัญหา และข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีมวิชาการคณิตศาสตร์ของ SE-ED Learning Center จึงได้ร่วมกันกับ อาจารย์ Li Fanglan ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนคณิตศาสตร์ ชาวสิงคโปร์ ผู้มีความเชี่ยวชาญในการสอนคณิตศาสตร์ภายใต้แนวทางการสอนคณิตศาสตร์ Singapore Mathematics Framework ซึ่งเป็นกรอบความคิดของหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่ดีที่สุดหลักสูตรหนึ่งในโลกมาใช้อ้างอิงในการวิจัย และพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้ผสมผสานแนวคิด Brain Based Learning (BBL) และ Multiple Intelligence (MI) เข้าไปในหลักสูตร FAN Math ด้วย พร้อมทั้งได้จัดทำระบบ e-Learning และระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และสื่อ Animation เพิ่มเติมเข้ามาอย่างครบวงจร เพื่อทำให้นักเรียนสามารถเรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างเข้าใจมากขึ้น สามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีทัศนคติที่ดีในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มีความสนุกสนานร่าเริง และมีแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้ และฝึกฝนด้วยตนเอง จนกลายเป็นเด็กที่เก่งคณิตศาสตร์อย่างเข้าใจในที่สุด

ครูผู้สอนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จะได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจบทบาทของการเป็น “โค้ช” ที่ดี ที่สามารถใช้จิตวิทยา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้่ให้กับนักเรียน ควบคู่ไปกับการใช้สื่อ Animation ที่สนุกสนานในการอธิบายให้นักเรียนได้เข้าใจอย่างถูกต้องครบถ้วน ด้วยระบบที่บูรณาการนี้จึงทำให้หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Modular Approach) ที่สามารถทำให้นักเรียนแต่ละคนสามารถเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง นักเรียนที่เก่งก็สามารถต่อยอดอย่างก้าวกระโดด ไม่จำเป็นต้องรอเพื่อนๆ  นักเรียนที่ยังขาดความเข้าใจ ก็สามารถที่จะใช้เวลาในการค่อยๆ ทำความเข้าใจกับบทเรียน โดยไม่ต้องถูกกดดันจากเพื่อนๆ รอบข้างที่เข้าใจแล้ว

นอกจากนี้หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ยังได้จัดเตรียมเกมคณิตศาสตร์ออนไลน์ ไว้เป็นสื่อเสริม เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการคำนวณ และทักษะการคิดวิเคราะห์ เพิ่มเติมด้วยตนเองที่บ้านอีกด้วย

สำหรับระบบ Learning Management System (LMS) ที่หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ได้จัดทำขึ้นนั้น จะมีหน้าที่ในการบันทึกพัฒนาการในการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าไปติดตามความคืบหน้าของการเรียนรู้ของบุตรหลานได้อย่างใกล้ชิด สามารถประสานงานกับครูผู้สอนในการร่วมกันพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ

จากการทุ่มเทวิจัย และพัฒนาหลักสูตร ที่พยายามเอา Best Practices จากทุกมุมโลก มาใช้ในการออกแบบหลักสูตร SE-ED Learning Center จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จะเป็นหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ในระดับประถมศึกษา ที่สามารถทำให้เด็กไทยเรียนคณิตศาสตร์ได้เก่งขึ้น สนุกขึ้นอย่างแน่นอน

 

กรอบในการออกแบบหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math

FAN Math Mathematics Framework

FAN Math เป็นหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ ที่ถูกออกแบบผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผ่านการวิจัย และพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน ที่ตรงกับเจตคติในการเรียนรู้ของเด็กใน Generation ปัจจุบัน ผ่านรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Coaching จากครูผู้สอนที่เอาใจใส่ ประกอบกับการใช้สื่อการเรียนรู้ที่อยู่ในรูปแบบของ Animation และแบ่งเนื้อหาออกเป็น Module มีการลำดับความยากง่ายอย่างเป็นระบบ จึงทำให้หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนได้เต็มตามศักยภาพเป็นรายบุคคล นักเรียนที่เก่งก็สามารถต่อยอดได้อย่างก้าวกระโดด นักเรียนที่ยังไม่เข้าใจในเนื้อหาในบางส่วน ก็สามารถใช้เวลาในการทำความเข้าใจอย่างเต็มที่ จนมีพื้นฐานที่แน่นเพียงพอต่อการเรียนรู้ในบทถัดๆ ไป

ด้วยเหตุนี้หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จีงเป็นหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์ที่นับได้ว่าดี่ทีสุดหลักสูตรหนึ่งในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบให้มีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ด้วยกัน คือ

1. หลักสูตรที่เป็นเลิศ (Best Curriculum) <คลิ้ก>

  • จุดเด่นที่ 1: เน้นการคิดวิเคราะห์เพื่อการแก้โจทย์ปัญหา (Problem Solving Heuristics)
  • จุดเด่นที่ 2: หลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Modular Approach)

2. ระบบการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ (Best Learning System) <คลิ้ก>

  • จุดเด่นที่ 3: e-Learning และสื่อมัลติมีเดีย (e-Learning & Multimedia)
  • จุดเด่นที่ 4: ระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System)

3. รูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นเลิศ (Best Learning Style) <คลิ้ก>

  • จุดเด่นที่ 5: ครูทำหน้าที่เป็นโค้ช (Coaching)
  • จุดเด่นที่ 6: เน้นการเรียนรู้ และฝึกฝนด้วยตนเอง (Self-Directed Learning)

 

โครงสร้างหลักสูตร

โครงสร้างหลักสูตรของหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math เป็นหลักสูตรที่มีสาระการเรียนรู้สอดคล้องกับหลักสูตรของไทย ตามที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ออกแบบไว้ โดยครอบคลุมเนื้อหาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 (แต่หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จะเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 2 เข้าไปด้วย ในกรณีที่เนื้อหานั้นเป็นเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่เรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 เช่น บทเรียนเกี่ยวกับ “อัตราส่วน (Ratio)” เป็นต้น)  แต่ได้รับการออกแบบวิธีการเรียนการสอน และการลำดับเนื้อหา ภายใต้กรอบแนวคิด FAN Math Mathematics Framework เพื่อให้รูปแบบการเรียนการสอนเป็นไปตามแนวทางของโครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (Trends in International Mathematics and Science Study หรือ TIMSS) และโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ซึ่งเป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ(Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ซึ่งเป็นโครงการสำรวจว่าระบบการศึกษาของประเทศได้เตรียมเยาวชนของชาติให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคมในอนาคตเพียงพอหรือไม่

ในเบื้องต้นหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ได้กำหนดให้นักเรียนเรียนสัปดาห์ละ 2 คาบ คาบละ 1 ชั่วโมง (แต่ในทางปฏิบัติสามารถยืดหยุ่นได้ตามศักยภาพของนักเรียน) โดยหลักสูตรมีทั้งหมด 6 ระดับ (Level) คือ FAN1, FAN2, FAN3, FAN4, FAN5 และ FAN6 มีชั่วโมงเรียนรวมกันเท่ากับ 560 ชั่วโมง โดยแต่ละระดับ จะมีทั้งสิ้น 8 ระดับย่อย (Sublevel) คือ A, B, C, D, E, F, G และ H โดยสามารถแสดงเนื้อหาหลักสูตรโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

 

FAN1 (96 ชั่วโมง)

  • FAN1A (12 ชั่วโมง): จำนวนนับ และการบวกจำนวนไม่เกิน 10 เรียนรู้พื้นฐานของโมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) และ Number Sense
  • FAN1B (12 ชั่วโมง): การลบจำนวนไม่เกิน 10 และความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ และความแตกต่างระหว่างการบวก และการลบ และการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN1C (12 ชั่วโมง): เรขาคณิตพื้นฐาน และการชั่งตวงวัด โดยไม่เทียบกับหน่วยมาตรฐาน และการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านเรขาคณิต และการชั่งตวงวัด
  • FAN1D (12 ชั่วโมง): การบวก และการลบจำนวนไม่เกิน 20 และการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN1E (12 ชั่วโมง): เทคนิคการบวก และการลบจำนวนไม่เกิน 20 และการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN1F (12 ชั่วโมง): การบวก และการลบจำนวนไม่เกิน 100 และการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN1G (12 ชั่วโมง): เงิน เวลา วัน เดือน ปี และการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN1H (12 ชั่วโมง): การแก้ไขโจทย์ปัญหาการบวก และการลบระคน และพื้นฐานการคูณ และการหาร

 

FAN2 (96 ชั่วโมง)

  • FAN2A (12 ชั่วโมง): การบวก และเทคนิคการบวก จำนวนไม่เกิน 1,000
  • FAN2B (12 ชั่วโมง): การลบ และเทคนิคการลบ จำนวนไม่เกิน 1,000
  • FAN2C (12 ชั่วโมง): ความสมมาตร การชั่งตวงวัดโดยใช้หน่วยมาตรฐาน การอ่านเวลา และการแลกเปลี่ยนเงิน
  • FAN2D (12 ชั่วโมง): การแก้ไขโจทย์ปัญหาโดยใช้โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) ทั้งโมเดลส่วน และทั้งหมด (Part – Whole Model) และโมเดลเปรียบเทียบ (Comparison Model)
  • FAN2E (12 ชั่วโมง): การคูณ และการหารเบื้องต้น ความสัมพันธ์ระหว่างการคูณ และการหาร การใช้โมเดลหนึ่งหน่วย (Unit Model) ในการคูณ และการหาร
  • FAN2F (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการคูณ และการหาร
  • FAN2G (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการคูณ และการหารซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น)
  • FAN2H (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาระคน การบวก การลบ การคูณ และการหาร

 

FAN3 (96 ชั่วโมง)

  • FAN3A (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการบวก และการลบ โดยใช้โมเดลรูปแท่งแบบต่างๆ ผสมผสานกัน
  • FAN3B (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการบวก และการลบ โดยใช้โมเดลรูปแท่งแบบต่างๆ ผสมผสานกัน (ต่อ)
  • FAN3C (12 ชั่วโมง): แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) กับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ เงิน เวลา การชั่งตวงวัด
  • FAN3D (12 ชั่วโมง): แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) กับโจทย์เกี่ยวกับตาราง แผนภูมิ กราฟ รูปแบบ และความสัมพันธ์
  • FAN3E (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการคูณ และการหาร โดยใช้โมเดลรูปแท่งแบบต่างๆ ผสมผสานกัน
  • FAN3F (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการคูณ และการหาร โดยใช้โมเดลรูปแท่งแบบต่างๆ ผสมผสานกัน (ต่อ)
  • FAN3G (12 ชั่วโมง): แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) กับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ เงิน เวลา การชั่งตวงวัด (ต่อ)
  • FAN3H (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร ระคนซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น) โดยใช้โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) ในรูปแบบต่างๆ

 

FAN4 (96 ชั่วโมง)

  • FAN4A (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร ระคนซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น) โดยใช้โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) ในรูปแบบต่างๆ
  • FAN4B (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร ระคนซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น) โดยใช้โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) ในรูปแบบต่างๆ (ต่อ)
  • FAN4C (12 ชั่วโมง): แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) กับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ เงิน เวลา การชั่งตวงวัด
  • FAN4D (12 ชั่วโมง): แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) กับโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ และเส้นรอบรูป
  • FAN4E (12 ชั่วโมง): การบวก และการลบ เศษส่วน แบบที่ตัวส่วนเท่ากัน และโจทย์ปัญหา
  • FAN4F (12 ชั่วโมง): การบวก และการลบ เศษส่วน แบบที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน และโจทย์ปัญหา
  • FAN4G (12 ชั่วโมง): การบวก และการลบ ทศนิยมไม่เกิน 2 ตำแหน่ง และโจทย์ปัญหา
  • FAN4H (12 ชั่วโมง): การคูณ และการหาร ทศนิยมไม่เกิน 2 ตำแหน่ง และโจทย์ปัญหา

 

FAN5 (96 ชั่วโมง)

  • FAN5A (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาที่ต้องใช้โมเดลหนึ่งหน่วย (Unit Model) โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) แบบต่างๆ แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) ในการแก้ปัญหา
  • FAN5B (12 ชั่วโมง):  โจทย์ปัญหาที่ต้องใช้โมเดลหนึ่งหน่วย (Unit Model) โมเดลรูปแท่ง (Model Approach หรือ Bar Modeling) แบบต่างๆ แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) ในการแก้ปัญหา (ต่อ)
  • FAN5C (12 ชั่วโมง): มุม เส้นขนาน พื้นที่สามเหลี่ยม พื้นที่สี่เหลี่ยม รูปทรง และปริมาตร และโจทย์ปัญหา
  • FAN5D (12 ชั่วโมง): เศษเกิน จำนวนคละ โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเศษส่วน ที่ต้องใช้โมเดลหนึ่งหน่วย (Unit Model) และแบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics)
  • FAN5E (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเศษส่วนซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น)
  • FAN5F (12 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาที่บูรณาการเนื้อหาระหว่างทศนิยม และเศษส่วน โดยใช้โมเดลรูปแท่งแบบต่างๆ (Model Approach หรือ Bar Modeling)
  • FAN5G (12 ชั่วโมง): อัตราส่วน ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วน และอัตราส่วน และโจทย์ปัญหา
  • FAN5H (12 ชั่วโมง): ร้อยละ ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วน ทศนิยม และร้อยละ และโจทย์ปัญหา

 

FAN6 (80 ชั่วโมง)

  • FAN6A (10 ชั่วโมง): ตัวประกอบ และการแยกตัวประกอบ ตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) และตัวคูณร่วมน้อย (ค.ร.น.) ความเข้าใจ และการประยุกต์ใช้ในการแก้โจทย์ปัญหา
  • FAN6B (10 ชั่วโมง): สมการ และโจทย์ปัญหา
  • FAN6C (10 ชั่วโมง): พื้นที่ และเส้นรอบรูปของ สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม และโจทย์ปัญหา
  • FAN6D (10 ชั่วโมง): ความน่าจะเป็น รูปทรง รูปคลี่ ปริมาตร และโจทย์ปัญหาอย่างยากเกี่ยวกับพื้นที่ และปริมาตร
  • FAN6E (10 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเศษส่วนอย่างยาก
  • FAN6F (10 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับร้อยละอย่างยาก
  • FAN6G (10 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น) เกี่ยวกับอัตราส่วน โดยใช้แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics)
  • FAN6H (10 ชั่วโมง): โจทย์ปัญหาซับซ้อน (มีขั้นตอนในการแก้ปัญหามากกว่า 1 ชั้น) เกี่ยวกับอัตราส่วน โดยใช้แบบแผนในการแก้ไขปัญหาทางคณิตศาสตร์ (Problem Solving Heuristics) (ต่อ)

หมายเหตุ: หลักสูตรในระดับ FAN5 และ FAN6 นั้นจะมีความสอดคล้องกับข้อสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนชื่อดัง ดังนั้นนักเรียนจึงสามารถใช้หลักสูตรดังกล่าวในการเตรียมสอบเข้าศึกษาต่อได้

 

สื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยในหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math

ชุดหนังสือเรียนของหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math

หลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ได้ออกแบบชุดสื่อการเรียนรู้ ที่มีระบบในการช่วยอำนวยการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนสามารถ “ฝึกฝน” และเรียนรู้ด้วยตนเองในระดับหนึ่ง โดยมีการเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก พร้อมกับมีคำอธิบายกำกับอย่างละเอียดในข้อแรกๆ และค่อยๆ ลดทอนคำแนะนำดังกล่าวนั้นในข้อถัดๆ ไป เพื่อฝึกให้นักเรียนได้ทดลองทำแบบฝึกหัดด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังได้มีการวางระบบที่ทำให้นักเรียนสามารถใช้หนังสือเรียน ควบคู่ไปกับสื่อ Animation ได้อย่างลงตัว จนทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเข้าใจ และสนุกสนาน ประกอบกับการออกแบบรูปเล่มที่ทันสมัย ตรงกับความชอบของนักเรียนในวัยประถมศึกษา จึงทำให้นักเรียนรู้สึกว่าการเรียนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math นั้น “น่าเรียน” “ไม่เคร่งเครียด” แต่ทรงประสิทธิภาพ

ชุดหนังสือเรียนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จะถูกจัดไว้ใน Pack กระเป๋าพลาสติกอย่างเป็นระเบียบ ในตัวเนื้อหานักเรียนสามารถใช้เรียนควบคู่ไปกับสื่อ Animation ที่โรงเรียน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำให้นักเรียนเรียนคณิตศาสตร์อย่างเข้าใจ และสนุกสนาน

ในหนังสือเรียนของหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math จะมีการสอดแทรกสาระคววามรู้เกี่ยวกับ “วิทยาศาสตร์” “การประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน” และ “ภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร” ให้กับนักเรียนได้เรียนรู้ด้วย

หนังสือเรียนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ตั้งแต่ระดับ FAN1 – FAN6 จะมี Theme ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ตามวัยของนักเรียน เป็นการบูรณาการระหว่างวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อย่างลงตัว

 

หลักสูตร Hop onto Math สำหรับชั้นนักเรียนอนุบาล 2 – 3 (24 ชั่วโมง)

“หลักสูตรปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ ที่เน้นพัฒนาตรรกะ ความคิดเชิงเหตุผล ทักษะการคิดวิเคราะห์ ให้กับนักเรียนชั้นอนุบาล 2 – 3 ที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนา Critical Thinking Skill ของประเทศสิงคโปร์ และข้อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ ในประเทศไทย”

สำหรับน้องๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (หรืออนุบาล 3 ที่สามารถอ่านหนังสือได้คล่องแล้ว) ก็จะสามารถเริ่มเรียนหลักสูตรคณิตศาสตร์ FAN Math ในระดับ FAN1 ได้เลย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับนักเรียนในระดับอนุบาล 2 หรืออนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1 ที่ยังไม่สามารถอ่านประโยคต่างๆ ได้คล่องแคล่ว ทางฝ่ายวิชาการคณิตศาสตร์ SE-ED Learning Center จึงได้เตรียมหลักสูตร – - Hop onto Math – - ซึ่งเป็นหลักสูตรพื้นฐานคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ที่มีจุดเด่น ดังต่อไปนี้

  1. เป็นหลักสูตรที่เน้นพัฒนาตรรกะ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และความคิดเชิงเหตุผล ให้กับนักเรียนในระดับปฐมวัยที่ดีเยี่ยม โดยใช้ชุดหนังสือ 8 เล่ม จากสำนักพิมพ์ Pelangi ประเทศมาเลเซีย ที่ได้รางวัล Superbrands Awards ในปี 2005
  2. ครอบคลุมเนื้อหาที่อธิบายเกี่ยวกับองค์ประกอบของจำนวน (Number Bond) ความหมายของการบวก และการลบ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ (มากกว่า น้อยกว่า ยาวกว่า สั้นกว่า ใหญ่กว่า เล็กกว่า ฯลฯ) ความเข้าใจในเรื่องเวลา และการจัดลำดับก่อนหลัง
  3. เน้นการฝึกทักษะการตีความโจทย์ปัญหา การทำความเข้าใจกับข้อมูลต่างๆ ที่โจทย์กำหนด เพื่อปูพื้นฐานการเรียนคณิตศาสตร์แบบเน้นความเข้าใจ และการแก้โจทย์ปัญหา
  4. แนวทางการสอนคณิตศาสตร์ของ Hop onto Math นั้นมีความสอดคล้องกับแนวข้อสอบในการสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ หลายแห่ง (ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะแนวข้อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ ก็มักจะเน้นการวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนเป็นสำคัญอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์หลักของหนังสือเรียนชุดนี้)
  5. หนังสือได้มีการออกแบบให้อยู่ในลักษณะ CIL (Content Integrated Learning) โดยมีการเชื่อมโยงเนื้อหาไปที่เรื่องราว และกิจวัตรประจำวัน เช่น ร่างกายของฉัน (Myself) ครอบครัวของฉัน (My Family) บ้านของฉัน (My House) โรงเรียนของฉัน (My School) สนามเด็กเล่น (In the Playground) ห้องเรียนของฉัน (My Classroom) ของเล่นของฉัน (My Toys) สัตว์เลี้ยงของฉัน (My Pets) เดินจ่ายตลาด (At the Market) สวนของฉัน (My Garden) งานวันเกิดของฉัน (My Birthday Party) เที่ยวละไมที่ฟาร์ม (On a Farm) เวลารับประทานอาหาร (Time to Eat) เวลาทำสวน (Gardening Time) เที่ยวชายหาด (At the Beach) ซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต (At Supermarket) เที่ยวสวนสัตว์ (At the Zoo) เที่ยละไมในเมือง (In Town) ในที่ทำงาน (People at Work) และโลกของเรา (Our World)

หนังสือเรียนชุด Hop onto Math ได้รับการออกแบบให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย จากรูปประกอบต่างๆ แม้ว่าหนังสือเรียนจะใช้ภาษาอังกฤษ แต่จากรูปภาพ การวางลำดับเนื้อหาที่ดี และการอธิบายโจทย์ของครูผู้สอน ทำให้นักเรียนสามารถทำความเข้าใจกับโจทย์ได้ไม่ยากนัก (จริงๆ แล้วนักเรียนในระดับปฐมวัย การอ่านไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ก็ถือว่ายังไม่ชำนาญทั้งสิ้น ดังนั้นจุดสำคัญของหนังสือเรียนจึงไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรูปภาพที่สามารถสื่อความให้นักเรียนเข้าใจได้ง่าย ซึ่งหนังสือเรียนชุด Hop onto Math เป็นชุดหนังสือเรียนที่วางรูปภาพในการช่วยอธิบายได้ดีมาก)

โดยรูปแบบการเรียนของหลักสูตร Hop onto Math นั้น คุณครูจะอธิบาย ตีความโจทย์ และทำตัวอย่างให้กับนักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนเกิดความเข้าใจว่าโจทย์ต้องการอะไร และมีลำดับในการแก้ไขโจทย์ปัญหาอย่างไร จากนั้นจะมอบหมายให้นักเรียนฝึกทำแบบฝึกหัด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด จึงมั่นใจได้ว่า นักเรียนระดับปฐมวัย (อนุบาล 2 – อนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1) ทุกคน จะได้รับการเอาใจใส่ในพัฒนาการเป็นอย่างดีในการเรียนหลักสูตร Hop onto Math

ถ้าคุณพ่อคุณแม่  และผู้ปกครองต้องการปูพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่ถูกต้อง ครบถ้วนทั้ง 5 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการให้เหตุผล ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ และทักษะการคำนวณ หลักสูตร Hop onto Math ถือว่าเป็นหลักสูตรที่เหมาะมากๆ กับนักเรียนในระดับปฐมวัย (อนุบาล 2 – อนุบาล 3 ภาคเรียนที่ 1)

หลักสูตร Hop onto Math ถือเป็นหลักสูตรเสริมคณิตศาสตร์พื้นฐาน ที่เปรียบเสมือนก้าวแรกของนักเรียนในการกระโดดเข้าสู่วงการคณิตศาสตร์ และเมื่อนักเรียนได้เรียนผ่านหลักสูตรนี้แล้ว นักเรียนก็จะมีพัฒนาการ และตรรกะที่พร้อมที่จะเรียนเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ในระดับ FAN1 ที่มีความซับซ้อน และความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นต่อไป อย่างมั่นใจ สนุก และรักคณิตศาสตร์ (ซึ่งไม่ใช่แค่การท่องจำ ทำการบ้านเยอะๆ จนกลายเป็นความเบื่อหน่าย และเกลียดคณิตศาสตร์ แบบที่เจอกันอยู่ในทุกวันนี้)

 

ชุดหนังสือเรียนของหลักสูตรคณิตศาสตร์ Hop onto Math มีทั้งสิ้น 8 เล่ม ดังต่อไปนี้

cover1

ครอบคลุมเนื้อหา การเปรียบเทียบเหมือนกัน ต่างกัน ใหญ่กว่า เล็กกว่า ยาวกว่า สั้นกว่า เท่ากัน ไม่เท่ากัน มากกว่า น้อยกว่า รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน ระบบจำนวน 0 – 10

covera1

แบบฝึกหัดที่ครอบคลุมเนื้อหา การเปรียบเทียบเหมือนกัน ต่างกัน ใหญ่กว่า เล็กกว่า ยาวกว่า สั้นกว่า เท่ากัน ไม่เท่ากัน มากกว่า น้อยกว่า รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน ระบบจำนวน 0 – 10

cover2

ครอบคลุมเนื้อหา องค์ประกอบของจำนวน (Number Bond) พื้นฐาน และความเข้าใจเกี่ยวกับการบวก และการลบ

covera2

แบบฝึกหัดที่ครอบคลุมเนื้อหา องค์ประกอบของจำนวน (Number Bond) พื้นฐาน และความเข้าใจเกี่ยวกับการบวก และการลบ

cover3

ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการบวก และการลบของจำนวนที่ไม่เกิน 20 ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา (Time) ตำแหน่งและลำดับก่อนหลัง (Position) การประมาณความสูง และความยาว (Estimation) และความเข้าใจเกี่ยวกับการวัด (Measurement)

covera3

แบบฝึกหัดที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการบวก และการลบของจำนวนที่ไม่เกิน 20 ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา (Time) ตำแหน่งและลำดับก่อนหลัง (Position) การประมาณความสูง และความยาว (Estimation) และความเข้าใจเกี่ยวกับการวัด (Measurement)

newimage1

ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการบวก และการลบของจำนวนที่ไม่เกิน 30 การบวก และการลบจำนวน 3 จำนวน ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา (Time) ความเข้าใจเกี่ยวกับเงิน (Money) ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัด (Measurement) การฝึกตีความโจทย์ปัญหาพื้นฐาน (Word Problem)

newimage2

แบบฝึกหัดที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการบวก และการลบของจำนวนที่ไม่เกิน 30 การบวก และการลบจำนวน 3 จำนวน ความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา (Time) ความเข้าใจเกี่ยวกับเงิน (Money) ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัด (Measurement) การฝึกตีความโจทย์ปัญหาพื้นฐาน (Word Problem)

 

ตัวอย่างเนื้อหาที่เรียนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ Hop onto Math

book1.1

ตัวอย่างเนื้อหาเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน ไม่เท่ากัน เหมือนกัน แตกต่างกัน ยาวกว่า สั้นกว่า ใหญ่กว่า เล็กกว่า ฯลฯ

book1.2

ตัวอย่างเนื้อหาพื้นฐานของสี และรูปเรขาคณิตประเภทต่างๆ

book_2.1

ตัวอย่างเนื้อหาเกี่ยวกับองค์กประกอบของจำนวน (Number Bond) และการแยกองค์ประกอบของจำนวน เป็นผลบวกของจำนวน 2 จำนวน

book_2.2

ตัวอย่างเนื้อหาที่ปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับการบวก (ซึ่งไม่ใช่การสอนให้เด็กท่องจำว่า “รวม” หมายถึง “บวก” แบบที่โรงเรียนทั่วไปสอน)

book_2.3

ตัวอย่างเนื้อหาที่ปูพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับการลบ (ซึ่งไม่ใช่การสอนให้เด็กท่องจำว่า “เหลือ” หมายถึง “ลบ” แบบที่โรงเรียนทั่วไปสอน)

book3.1

ตัวอย่างเนื้อหาที่สอนให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ “ลำดับ” เหตุการณ์ เข้าใจว่าเหตุการณ์ใดควรเกิดก่อน และเหตุการณ์ใดควรเกิดขึ้นทีหลัง

book3.2

ตัวอย่างเนื้อหาที่สอนให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ “เวลา” และ “ลำดับเวลา”

book3.3

ตัวอย่างเนื้อหาที่สอนให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่ง (Position)

book3.7

ตัวอย่างการสอนให้นักเรียนเข้าใจในเรื่องการการประมาณความสูง และความยาว

newimage3

ความเข้าใจเกี่ยวกับเศษส่วนขั้นพื้นฐาน

newimage4

ความเข้าใจเกี่ยวกับการชั่งตวงวัดพื้นฐาน

newimage5

การฝึกตีความโจทย์ปัญหาขั้นพื้นฐาน